การพัฒนาแบบฝึกเรื่อง relative clause สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

eng_kranoksri

เรื่อง : การพัฒนาแบบฝึกเรื่อง relative clause สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

เจ้าของผลงาน : กนกศรี แสนทวีสุข

บทคัดย่อ :
การ วิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบฝึกเรื่อง  relative clause  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80  เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง  relative clause  โดยใช้แบบฝึก  ศึกษาดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้
แบบฝึกเรื่อง  relative clause  และเพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึก เรื่อง  relative clause  โดยทำการทดลองกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5/1  ภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2552  โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม  อำเภอกระนวน  จังหวัดขอนแก่น  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น  เขต 4  จำนวน  49  คน  ซึ่งได้จากการสุ่มอย่างง่าย(simple random sampling)โดยการจับสลากห้องเรียนมาศึกษา  1  ห้องเรียนจาก  10  ห้องเรียน  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี  4  ชนิด  คือ  แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเรื่อง  relative clause  แบบฝึกเรื่อง  relative clause  จำนวน  18  ชุด  แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนเรื่อง  relative clause  และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้เรื่อง  relative clause  โดยใช้แบบฝึก  แบบแผนการทดลองครั้งนี้เป็นแบบกึ่งทดลอง  (quasi-experimental research)  วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80  เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง  relative clause  ระหว่างก่อนการใช้และหลังการใช้แบบฝึกโดยใช้ค่าสถิติ  t-test  (dependent samples)  ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ  .01  หาค่าดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนเรื่อง  relative clause  ของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึก  วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดการเรียน รู้โดยใช้แบบฝึกโดยใช้ค่าเฉลี่ย  (mean)  เปรียบเทียบกับเกณฑ์  5  ระดับ  คือ  มีความพึงพอใจมากที่สุด
มีความพึงพอใจมาก  มีความพึงพอใจปานกลาง  มีความพึงพอใจน้อย  และมีความพึงพอใจน้อยที่สุด
ผลการวิจัยพบว่า  (1)  แบบฝึกเรื่อง  relative clause  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ  83.75/82.65  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์  80/80  ที่ตั้งไว้  (2)  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง  relative clause  ก่อนการใช้และหลังการใช้แบบฝึก  แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01  โดยคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง  relative clause  หลังการใช้แบบฝึกที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นทำให้นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนมากกว่าก่อนการใช้แบบฝึกเรื่อง  relative clause

ดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนเรื่อง  relative clause  ของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึก
มีค่าเท่ากับ  0.7165  แสดงว่านักเรียนมีความรู้เรื่อง  relative clause  ที่เรียนในภาคเรียนที่  2  เพิ่มขึ้นร้อยละ  71.65  และความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึก เรื่อง  relative clause  ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นโดยรวมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ  4.23  ซึ่งหมายความว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดการเรียน รู้โดยใช้แบบฝึกเรื่อง  relative clause  ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นอยู่ในระดับมาก

[download id=”35″]

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *